คนละครึ่งเฟส 3 เตรียมต่อเร็วๆนี้ ลุ้นผู้มีสิทธิเดิม ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ข่าวทั่วไป

สืบเนื่องจากโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศไทยอย่างหนักซึ่งทางรัฐบาลได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบขาดแคลนรายได้ เปิดโครงการเยียวยาต่างๆให้ได้ลงทะเบียนรับสิทธิผ่านเว็บไซต์ ซึ่งก็มีประชาชนได้รับสิทธิเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดเพจข่าว Bangkokfuture ได้ออกมาเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ซึ่งจะไม่ได้ต่อโครงการทันทีที่จบ เฟส 2 ในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งคาดว่าโครงการจะออกมาได้หลังจากที่โครงการเราชนะ

และ ม.33 เรารักกัน สิ้นสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564โดยผู้ได้รับสิทธิรายเดิมอาจจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง เนื่องจากมีข้อมูลในแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง แล้ว“เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ยังมีอยู่ถึงช่วงเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งในช่วงก่อนเม็ดเงินจะหมดก็ต้องมามาสรุปอีกครั้ง เพื่อให้มีเม็ดเงินออกมาดูแลเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งจะใช้งบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงิน ในก้อนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีวงเงินเหลืออยู่กว่า 2 แสนล้านบาท” น.ส.กุลยา กล่าวน.ส.กุลยา กล่าวว่า ประเมินว่าผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง เราชนะ เป็นต้น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งปี 2564 ได้ 0.8% ส่วนเป้าหมายที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วางไว้ว่าอยากให้ปีนี้เศรษฐกิจโต 4% นั้น

ก็จะต้องติดตามว่ามีมาตรการส่วนใดบ้างที่สามารถช่วยสนับสนุนได้ และยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการฉีดวัคซีน ซึ่งหากมีการฉีดทั่วโลก อาจจะช่วยให้การท่องเที่ยวกับมาได้น.ส.กุลยา กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 23 มีนาคม มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการ รวมทั้งสิ้นจำนวน 32.4 ล้านคน

คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 150,319 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 58,968 ล้านบาทกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอพพลิเคชัน เป๋าตัง ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และคนละครึ่งและกลุ่มที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ .com ที่ผ่านการคัดกรองคฝและยืนยันสิทธิแล้ว จำนวน 16.7 ล้าน

คนและมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิสะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 83,926 ล้านบาทและ กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.0 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิสะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 7,425 ล้านบาท ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมีจำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.2 ล้านกิจการ

ขอบคุณข้อมูล :Bangkokfuture